ผู้ก่อตั้งนาฬิกาวันสิ้นโลก ร้องขอให้นานาชาติร่วมกันหาทางแก้ปัญหาวิกฤตนิวเคลียร์ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงปัญหาโลกร้อน ก่อนที่เข็มของนาฬิกาจะเดินถึง เที่ยงคืน ซึ่งหมายถึงจะเกิดหายนะขึ้นกับโลก...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 11 ม.ค. ว่า บอร์ดนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์(บีเอเอส) กลุ่มนักวิชาการแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโกของสหรัฐฯ ที่รณรงค์และทำวารสารข่าวด้านพลังงานนิวเคลียร์และความมั่นคง ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง “นาฬิกาวันสิ้นโลก”(Doomsday Clock) ซึ่งกำหนดช่วงเวลา 5 นาทีสุดท้ายก่อนเที่ยงคืน เป็นการเปรียบเทียบระดับอันตรายจากนิวเคลียร์และภาวะโลกร้อน โดยใช้นาฬิกาเป็นสัญลักษณ์ ถ้าพบว่าช่วงใดนานาชาติไม่สามารถควบคุมการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ หรือไม่มีมาตรการรับมือปัญหาโลกร้อน ก็จะปรับเข็มนาทีจะเดินเข้าใกล้เที่ยงคืนตามความเข้มข้นของสถานการณ์ กรณีเดินถึงเที่ยงคืน หมายถึงการสิ้นโลกหรือเกิดหายนะภัยนั่นเอง


นาฬิกาวันสิ้นโลกถูกปรับเหลือแค่ 5 นาทีจะถึงเที่ยงคืน จากที่เมื่อปีก่อนอยู่ที่ 6 นาที
บีเอเอส แถลงเมื่อ 10 ม.ค. ว่า เข็มนาฬิกาถูกปรับให้เคลื่อนเข้าใกล้เที่ยงคืนอีก 1 นาทีแล้ว เนื่องจากไม่มีความก้าวหน้าเพียงพอเรื่องการรับมือ และป้องกันภัยอันตรายจากนิวเคลียร์รวมถึงภาวะโลกร้อน หลังเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลกเพิ่งถูกปรับให้เดินย้อนกลับ 1 นาทีเมื่อปีที่แล้ว พร้อมทั้งระบุว่าในรอบสองปีที่ผ่านมา บีเอเอสเชื่อว่าเหล่าผู้นำโลกต่างร่วมหาทางรับมือภัยคุกคามโลก แต่พบว่าหลายกรณีไม่มีความต่อเนื่องหรือการทบทวน รวมทั้งกรณีโครงการนิวเคลียร์เกาหลีเหนือและอิหร่าน ขณะเดียวกัน ประชาคมโลกอาจใกล้หมดโอกาสกลับลำในการพยายามทุเลาภัยพิบัติจากโลกร้อน เรียกร้องเร่งหาข้อตกลงสู้โลกร้อนฉบับใหม่และเพิ่มลงทุนแหล่งพลังงานหมุนเวียน
อนึ่ง เกณฑ์การปรับเวลาของ นาฬิกาวันสิ้นโลก เป็นการตัดสินใจเพียงผู้เดียวของ บอร์ดนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ จากการวิเคราะห์สถานการณ์ตามสภาพเหตุการณ์ในปีนั้นๆ โดยเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลก เคยขยับเข้าใกล้เที่ยงคืนมากที่สุด อยู่ที่ 2 นาทีก่อนเที่ยงคืน เมื่อปี 2496 ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐฯและสหภาพโซเวียต ทดลองกระบวนการเทอร์โมนิวเคลียร์ อันเป็นขั้นตอนการระเบิดขั้นที่ 2 ของระเบิดนิวเคลียร์ จากทั้งหมด 3 ขั้นตอน
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐออนไลน์ โดย ทีมข่าวต่างประเทศ 11 มกราคม 2555, 23:30 น.
http://www.thairath.co.th/content/oversea/229825